ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

เพศสุดท้ายของสังสารวัฏ (๒๕๕๑)

ไฮไลต์: คำที่ตรง

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าให้นั่งหัตถบาส ก็เพื่อให้ได้ยินทั่วถึงกัน สมัยก่อนมันไม่มีไมค์ ไม่มีลำโพง เพราะฉะนั้นรูปไหนจะหาเหตุไม่ได้ว่า ไม่ได้ยิน แต่ความจริงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์มีเสียงมหาบุรุษ พูดได้ยินทั่วถึงกันหมด แต่เพื่อเป็นต้นบุญต้นแบบธรรมเนียมปฏิบัติรุ่นต่อ ๆ ไป เมื่อ พระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็จะได้ทำตามนี้ เพราะว่าผู้ที่มี เสียงมหาบุรุษมีเพียงพระองค์เดียว ถึงต้องให้นั่งหัตถบาสเพื่อให้ได้ยินกันทั่วถึง ถึงแม้เดี๋ยวนี้ยุคไฮเทคเราก็จำเป็นต้องรักษาธรรมเนียมปฏิบัตินี้ด้วย บวชล้านรูป ปีนี้จำนวนพระภิกษุสามเณรในหมู่คณะของเรา รวมทั้งศูนย์สาขาภายในและต่างประเทศรวมแล้วทั้งพระทั้งเณรจำนวน ๒,๓๒๘ รูป ก็ใกล้หมื่นรูปเข้าไปแล้วนะ คงจะมีสักวันเร็ว ๆ นี้นะ รวมแล้วทั่วโลกต้องเป็นหมื่น ๆ รูป อย่านึกว่าเยอะนะ สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ๖,๙๐๐,๐๐๐ รูป หลักหมื่นกับหลักหกล้านมันห่างกันเยอะ ถ้าเราช่วยกันขยายทำความเข้าใจกับผู้มีบุญทั่วโลกว่า การบวชมีประโยชน์และมีความสำคัญต่อชีวิตของเราและชาวโลกอย่างไร ก็จะมีผู้มาบวชเพิ่มขึ้น ก่อนเราจะละจากโลกนี้ไป ถ้าบวชกันได้สักล้านคนทั่วโลก ก็จะเป็นบุญใหญ่สำหรับพวกเรา ก็หวังว่าศูนย์สาขาทั้งภายในและต่างประเทศคงจะได้ยินได้ฟังไปพร้อม ๆ กัน บวชทีหนึ่งเยอะ ๆ ก็ไม่มากเท่าไร ถ้าเทียบกับพลโลกตั้งหลายพันล้านคน เป็นผู้หญิงสักครึ่งหนึ่ง ผู้ชายก็สามพันกว่าล้าน มาบวชสักล้านก็แค่หนึ่งในสามพัน ซึ่งถือว่าเล็กน้อยเท่านั้น แต่สิ่งดี ๆ ก็จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เพราะสมัยที่มีการบวชหกล้านกว่าเกือบเจ็ดล้านนั้นเป็นยุคมนุษย์มีบุญมาก แต่ที่ไม่ได้บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกที่มากกว่านี้ก็มีนะ ที่บวชกันทีละเยอะ ๆ ยิ่งถ้าถอยหลังไปไกลกว่านั้นนี่ ๖,๙๐๐,๐๐๐ ถือเป็นเรื่องเล็กสำหรับยุคก่อน ๆ โน้น ตอนผู้มีบุญเยอะ ๆ บังเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นของเราเพิ่งสองพันกว่ารูป ถือว่าเป็นแค่จุดทศนิยม ซึ่งไม่ค่อยจะนิยมเท่าไรเลย เพราะความนิยมของหลวงพ่ออยากให้บวชกันเยอะ ๆ แล้ววันสุดท้ายในชีวิตสังสารวัฏ เมื่อภารกิจเสร็จ บวชกันหมดนะ ทั้งหมดเลย ตอนนั้นผู้หญิงจะไม่มี จะหวนกลับคืนไปสู่สภาวะเดิม ปรับปรุงโครงสร้างใหม่ของกายและใจให้เข้าสู่สภาวะเดิม ซึ่งเมื่อไรไม่ทราบ มหาปวารณา เราได้ปวารณากันไปเรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพุทธบัญญัติไว้ การปวารณาจะเป็นประโยชน์สำหรับตัวเรานะ เหตุที่มีการปวารณาซึ่งกันและกันก็เพราะว่า ทุกคนมีเชื้อมานะทิฏฐิ คือ นอกจากเตือนตัวเองไม่ค่อยจะได้แล้ว ใครเตือนก็ไม่ได้ด้วยซึ่งมันอันตราย เพราะการมาบวชเรามีวัตถุประสงค์ที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง เพื่อสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ จากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร คือ ต้องการความบริสุทธิ์หมดจดจากการประพฤติพรหมจรรย์ ทีนี้ถ้าเราไม่ปวารณากัน ตัวทิฏฐิมานะมันจะมาบดบังความรักและปรารถนาดีของเพื่อนสหธรรมิกที่จะแนะนำให้เราได้บรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งใจมาบวชในคราวนี้ จากการได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่า จะทำไม่ถูกหลักวิชชาตามคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นอันตราย ต่อชีวิตของเพศสมณะ ก็จะสูญเสียเวลาเปล่าในการมาบวช เพราะฉะนั้น ถ้าปวารณาไว้ เท่ากับเราเปิดช่อง เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ให้ผู้อื่นได้มาเป็นกัลยาณมิตรให้กับเรา คอยทักท้วง ตักเตือน แนะนำด้วยความรักและปรารถนาดี เพื่อเราจะได้มีสติหันกลับมา ทบทวนตัวเองว่า เราได้ทำถูกต้องตามพระธรรมวินัยไหม ก็จะได้ให้โอกาสอันนี้ขึ้นมา สำหรับผู้ที่อาวุโส มีพรรษาน้อยกว่าภันเต แม้เป็นสิ่งที่ยากแต่ก็ยังง่ายกว่าผู้ที่เป็นภันเตปวารณา เพราะว่าผู้ที่เป็นภันเตซึ่งบวชมาก่อน ที่เรียกว่าแก่วัดนี่ ก็มักจะดื้อ สอนตัวเองไม่ได้ ใครแนะนำก็ไม่ค่อยจะได้ ก็จะอาศัยช่วงวันมหาปวารณานี้ปวารณาซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้ซึ่งกันและกันว่า ได้เห็นพฤติกรรมก็ดี ได้ยินข่าวใครมาเล่าสู่กันฟังก็ดี หรือสงสัยก็จะได้มาซักถามกันก่อน ด้วยความรักและปรารถนาดีว่าเป็นอย่างนั้นไหม ทำอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าทำก็โปรดไปทบทวนคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็ปรับปรุงแก้ไขใหม่ อาจจะเตือนโดยตรง หรือเตือนโดยอ้อม บางจังหวะก็ต้องเตือนตรง ๆ บางจังหวะก็ต้องพูดอ้อม ๆ ในสภาวะที่ผู้ฟังยังไม่พร้อมก็จะแนะนำกันโดยอ้อม เพื่อประโยชน์สุขของท่านนั้น นี่ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากสำหรับวันมหาปวารณา ใจยิ่งบริสุทธิ์บริบูรณ์มากเท่าไร ก็จะยิ่งใกล้เป้าหมายเท่านั้น เพราะฉะนั้น เรามาบวชก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้ สิ่งที่สำคัญก็คือการปฏิบัติธรรม ก็ยังต้องปฏิบัติธรรมกันต่อ นี่เป็นประดุจลมหายใจเข้าออกของเรา ที่จะต้องทำกันต่อไป เพื่อ ตัวของเราเองเป็นหลัก และโดยอ้อมก็เพื่อชาวโลกทั้งหลาย อานิสงส์กฐินตามธรรมวินัย เที่ยวไปโดยไม่ต้องบอกลา เที่ยวในที่นี้ คือ เที่ยวแสวงหาที่วิเวกเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของตัวเรา เมื่อได้ปวารณาแล้วได้อานิสงส์การอยู่จำพรรษา อานิสงส์กฐินแล้ว เราก็ไปแสวงหาที่ปลีกวิเวก ทำความเพียรได้ ก็เป็นที่ยอมรับกันในธรรมวินัย แต่ในแง่ปฏิบัติจริงในยุคของเรา เนื่องจากเรามีความรักและห่วงใย ซึ่งกันและกัน ถึงแม้จะได้อานิสงส์นี้ก็ตาม แต่ว่าด้วยความรักและห่วงใยนี่ ก็ควรจะต้องบอกนะ เพราะว่าเผื่อมีอะไรก็จะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ทัน เที่ยวไปโดยไม่ต้องถือไตรจีวรครบสำรับ ก่อนที่จะได้รับ อานิสงส์นี้ไปไหนต้องครบชุดนักรบ มีผ้าสามผืน คือ จีวร สังฆาฏิ สบง ต้องให้ครบ แต่พอได้อานิสงส์นี้ ก็ไม่ครบได้ ให้มีภาระเบาที่สุด เพื่อตัวเราจะได้ไม่มีเครื่องกังวลใจ ส่วนรายละเอียดไปศึกษานะลูกนะ สำคัญนะ เพื่อตัวของเราจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง เราจะได้มีความสุขในเพศสมณะ ฉันคณโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้ คือ ฉันเป็นวงได้ แต่อย่าคุยนอกเรื่อง ให้คุยเรื่องธรรมะ เพื่อใจจะได้วนเวียนอยู่ในธรรมะ ใจจะได้หยุดนิ่งได้ง่าย ไม่ฟุ้งซ่าน เก็บอดิเรกจีวรได้ตามปรารถนา อดิเรกจีวร คือ จีวรที่เกินสามผืน เพราะปกติท่านให้มีบริขารน้อยสุด จีวรน้อยสุด คือ จำลองแบบมาจากพระนิพพาน พระนิพพานท่านไม่มีผืนที่สี่นะ ยิ่งมีน้อยชิ้นเท่าไร เครื่องกังวลก็น้อย ไม่ต้องดูแลรักษา ไม่ต้องเสียอารมณ์เวลาหายไป หรือฉีกขาด หรือใครมาขอยืมไปใช้โดยไม่บอกเรา จึงกำหนดให้มีน้อย แต่อานิสงส์ข้อนี้ คือ ถ้ามีมาเพิ่มก็เก็บรักษาได้ ซึ่งปกติเราจะเก็บไว้เป็นส่วนกลางนะ จีวรที่เกิดขึ้นอีกเป็นของพระที่จำพรรษาในวัดนั้น ๆ ทั้งหมด นี่ก็ใกล้วันกฐิน ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒ พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ในช่วงนี้เราทำความบริสุทธิ์กันให้ดี เพราะว่าประธานกฐินปีนี้เป็นพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ที่เราไปกราบอาราธนาท่านเป็นหลักเป็นประธานกฐินแรกของวัดพระธรรมกาย นี่เป็นเรื่องสำคัญ กว่าจะถึงวันนั้น อยากให้ลูกทุกรูปทำความบริสุทธิ์กายวาจาใจกันให้ดีเพื่อตัวของเรา แล้วก็เพื่อเทิดพระคุณให้ความสำคัญสูงส่ง แก่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ผู้เป็นประธานกฐินในปีนี้ เพราะฉะนั้นลูกทุกรูปไปทำความละเอียดไว้ให้ใจใส ๆ ให้ใจบริสุทธิ์หยุดนิ่งในกลาง ให้เข้าถึงพระธรรมกายในตัว จะได้ถูกหลักวิชชา และถูกใจพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านด้วย ตลอดชีวิตของท่านเกิดมาเพื่อการนี้ นี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ สำหรับมหาทานบารมีที่ลูกทุกรูปได้นำมาถวายสร้างมหาทานบารมีในวันนี้ ก็ขอให้มหาทานบารมีนี้ เป็นเครื่องสนับสนุนให้ลูกทุกรูป มีความบริสุทธิ์บริบูรณ์ในการประพฤติพรหมจรรย์ ให้ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกายอย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย อย่างถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความเป็นจริง ให้มีรู้มีญาณแม่นยำ บริสุทธิ์บริบูรณ์ ให้มีบุญพิเศษที่จะไปปฏิบัติศาสนกิจที่หลวงพ่อ และหมู่คณะได้มอบหมายเอาไว้ให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ ให้มีสุขภาพ พลานามัยที่แข็งแรง อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้ ให้บุญจาก พระนิพพานปกปักรักษาตลอดวันตลอดคืนตลอดเวลาทุกอนุวินาที จงทุกประการเทอญ วันอังคารที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑